ชิมไปชิวไปกับต้าหัว: ฮ่องกง | 香港 | Hong Kong

Last updated: Jul 30, 2018  |  3101 จำนวนผู้เข้าชม  |  Blog

ไปถึงฮ่องกงทั้งที กิจกรรมที่พลาดไม่ได้เลยก็คือการตระเวนกินของอร่อย เพราะอาหารดี ๆ นั้นเป็นไฮไลต์เด็ดของฮ่องกงไม่แพ้กระเช้านองปิงเลยทีเดียว  พูดแล้วก็ท้องร้อง ตามเราไปหาของเติมกระเพาะกันเร้ว 


1. ติ่มซำ | 點心
*เอนทรีนี้ขอใช้อักษรจีนตัวเต็มและภาษาพูดสำเนียงกวางตุ้ง เผื่อใครจะเอาไปใช้เทียบกับชื่อร้านหรือบอกพนักงาน แต่ขอเตือนว่า สำเนียงกวางตุ้งผันวรรณยุกต์ได้ถึง 9 เสียง ลูกหลานแต้จิ๋วอย่างเราอาจจะถอดเสียง
ได้ไม่ถูกเป๊ะนะตัวเอง

เมนูนี้เรียกได้ว่าเป็นอาหารจีนที่ชาวไทยและผู้คนทั่วโลกชื่นชอบ ฮิตขนาดไหนดูได้จากคำว่า "ติ่มซำ" ที่ใช้กันทั้งโลกก็ทับศัพท์ภาษากวางตุ้งเลย ติ่มซำมีที่มาจากวัฒนธรรมหยำฉ่า หรือการ "ดื่มชา" อันเป็นเอกลักษณ์ของชาวกวางตุ้งและฮ่องกง ทุก ๆ เช้าชาวฮ่องกงจะมาที่ร้านเพื่อตั้งวงน้ำชาหรืออ่านหนังสือพิมพ์ พลางละเลียดของกินเล่น
จานเล็กจานน้อย เช่น ขนมจีบ ซาลาเปา ฯลฯ ที่เรียกว่า "ติ่มซำ" ในภาษากวางตุ้งนั่นเอง ช่างเป็นการเริ่มต้นวันอย่างมีคุณภาพโดยแท้จริง


เนื่องจากแต่เดิมติ่มซำเป็นมื้อเช้า ร้านแบบดั้งเดิมจะขายติ่มซำในช่วงเช้าถึงบ่ายต้นเท่านั้น
แต่สมัยนี้มีร้านติ่มซำที่เสิร์ฟตลอดทั้งวันมากมายจ้ะ

นอกจากจานฮิตอย่างขนมจีบหรือฮะเก๋าแล้ว ยังมี ซาลาเปาหมูแดง ที่ห้ามพลาดเด็ดขาด เพราะไส้หมูแดงที่นี่จะมีรสหวานเค็มกำลังดีและเป็นสีแดงเข้ม ต่างจากของไทยที่มักจะเน้นหวานเป็นหลักและใช้สีแดงแบบแด๊งแดง 


อีกเมนูที่อาจไม่คุ้นลิ้นชาวเราคือก๋วยเตี๋ยวหลอดที่ไม่ใช่ไส้กุ้งหรือหมูแดง ในส่วนนี้ต้าหัวภูมิใจนำเสนอ ก๋วยเตี๋ยวหลอดไส้ปาท่องโก๋ แผ่นแป้งนุ่ม ๆ สีขาวห่อปาท่องโก๋ชิ้นโตทอดเสร็จใหม่ ๆ ราดด้วยซอสดำ ตัดเป็นชิ้นพอดีคำ มาเสิร์ฟทีไรชาวแป้งต้องแย่งให้ทันทุกที งั้นเอามาสองจานเลยละกัน! 


ของหวาน
หลังจากอิ่มอุ่นกับของคาวแล้ว เราก็ตบท้ายด้วยของหวานกรุบกริบตามสไตล์ชาวฮ่องกง อย่างแรกที่ใครหลายคนชื่นชอบคงหนีไม่พ้น ทาร์ตไข่ ที่อย่าเพิ่งเข้าใจว่ามาจากแฟรนไชส์ดังบ้านเรา เพราะเดิมทีทาร์ตไข่เป็นขนมพื้นเมืองโปรตุเกส แต่มาแพร่หลายสุดขีดในเอเชียเพราะมาเก๊าที่เคยอยู่ใต้อาณัติของโปรตุเกสรับมาเผยแพร่อีกที ฮิตจนลามมาถึงเกาะเพื่อนบ้านอย่างฮ่องกงเลยเชียว


ทาร์ตไข่ในร้านติ่มซำจะมาในไซส์พอดีคำไม่หลุดเทรนด์เข่งอื่น แต่ใครที่ไม่สะใจก็หาซื้อไซส์ปกติได้ตามเบเกอรี่ เราเจอทั้งเจ้าที่รสกลมกล่อม และเจ้าที่ติดหวานไปนิด ส่วนเจ้าที่เราว่าทำได้ดี แป้งพายจะสดกรอบมีกลิ่นหอม กัดแล้วเศษพายร่วงกราว กินทีเลอะไปทั้งปาก ฟินสุดอะไรสุด

ขนมอีกอย่างที่เราชอบมากคือ หม่าไหลโก๊ว หรือเค้กฟองน้ำสไตล์กวางตุ้ง บ้านใครมีเชื้อสายจีนน่าจะเคยผ่านตามาบ้างในเทศกาลไหว้เจ้า แต่ที่ไทยต้องไปหาซื้อตามชุมชนชาวจีน หรือหากินได้ตามภัตตาคารติ่มซำเท่านั้น

คำว่า "หม่าไหลโก๊ว" แปลตรงตัวว่า "เค้กแบบมาเลย์" แต่สูตรออริจินอลมาจากกวางตุ้ง
ว่ากันว่าเป็นขนมที่ชาวจีนในคาบสมุทรมาเลย์เลียนแบบเค้กของเจ้าอาณานิคมอย่างอังกฤษ
ส่วนชาวกวางตุ้งก็รับสูตรมาดัดแปลงจนกลายเป็นหน้าตาแบบนี้อีกที

ถึงจะเรียกว่าเค้ก แต่หม่าไหลโก๊วเป็นขนมนึ่ง เนื้อเลยมีความฟูผสมหนึบหนับเล็ก ๆ ส่วนผสมอย่างน้ำตาลทรายแดงทำให้เนื้อเป็นสีน้ำตาลเปล่งปลั่ง มีรสอมหวานพร้อมกลิ่นหอมอ่อน ๆ ช่วยเติมเต็มกระเพาะเราอย่างนิ่มนวล 

นมอัลมอนด์อาจหาดื่มยากสักนิด ส่วนใหญ่จะเสิร์ฟในร้านติ่มซำหรือภัตตาคารที่ดูจริงจังหน่อย
หรือไม่ก็ร้านที่ขายนมอัลมอนด์โดยเฉพาะ

อีกเมนูที่อยากแนะนำคือ นมอัลมอนด์ ที่หลายคนน่าจะเคยดื่มแบบ UHT ในซุปเปอร์มาร์เก็ตบ้านเรามาบ้าง แต่นมอัลมอนด์สไตล์ฮ่องกงจะเป็นนมต้มสด มาแบบอุ่น ๆ บางเจ้าทำเนื้อสัมผัสเหมือนเต้าฮวย รสชาติละมุนดุจแม่เราตุ๋นให้ด้วยความรัก ดื่มแล้วรู้สึกร่างกายได้รับการเยียวยา


แถมท้ายด้วย แป้งโมจิห่อมะม่วง ที่เอาผลไม้เมืองร้อนมาห่อด้วยแป้งเหนียวนุ่มตีบาง ๆ ตัดเป็นชิ้นพอดีคำ รสหวานของมะม่วงเข้ากับความเนียนของแป้งได้อย่างลงตัว แบ่งกันคนละคำสองคำ ปิดจ๊อบมื้อติ่มซำของเราอย่างงดงาม

พิกัดแนะนำ: ร้านติ่มซำในฮ่องกงมีหลายแบบและระดับราคาให้เลือก ไล่ตั้งแต่มีดาวมิชลิน ร้านทั่วไป แฟรนไชส์ ไปจนถึงร้านแบบโลคอล ที่สำคัญคืออร่อยแทบทุกแห่ง ถ้าคิดไม่ออกจริง ๆ แนะนำภัตตาคารที่ชั้น 8 ห้าง Wing On สาขาใกล้โรงแรม Novotel Nathan หรือร้านแฟรนไชส์กินง่ายจ่ายไวชื่อ Canton's Kitchen Dim Sum Expert (粤厨点心尃门店) รสชาติและราคาโอเคเลย 


ความเสียหาย: แล้วแต่ร้านที่ไป แต่ราคาคร่าว ๆ ควรเริ่มที่เข่งละ 12-30 HKD เว้นแต่จะไปกินร้านหรูที่อาจกระเป๋าฉีกจากเป๋าฮื้อหรือล็อบสเตอร์ได้

โพยอิ่มพุง: ขนมจีบ = ซิ้วหมาย (燒賣), ฮะเก๋า = ฮะเก๋า (蝦餃), ซาลาเปาหมูแดง = ชาซิ้วเปา (叉燒包), ก๋วยเตี๋ยวหลอด = ฉ่างฝั่น (肠粉), ก๋วยเตี๋ยวหลอดปาท่องโก๋ = จาเหลิง (炸兩), หม่าไหลโก๊ว = หม่าไหลโก๊ว (馬來糕), ทาร์ตไข่ = ต่านทาร์ต (蛋撻), นมอัลมอนด์ = หั่งหยั่นไหล (杏仁奶), วูสเตอร์ซอส  (คนฮ่องกงใช้แทนจิ๊กโฉ่ว รสชาติใกล้เคียงกัน) = กิดจั๊บ (喼汁) 


2. โจ๊ก | 粥

ตั้งแต่เด็กเราจะรู้สึกว่าโจ๊กฮ่องกงต่างจากโจ๊กบ้านเรามาก โดยเฉพาะสัมผัสรื่นลิ้นกับความกลมกล่อมหอมละมุน ส่วนรสชาติชาวสยามประเทศอาจรู้สึกว่าจืดไปนิด (ชาวแต้จิ๋วจะเรียก "เช็ง" หรือรสอ่อน ๆ อันเป็นรสที่ชาวจีนทางใต้ชื่นชอบ) แต่ทางร้านจะเตรียมซีอิ๊วไว้ให้ ก่อนกินอย่าลืมโยนปาท่องโก๋ลงไปให้เป็นแป้งในแป้ง ใครโปรดปรานไข่เยี่ยวม้า ขอให้สั่งโจ๊กไข่เยี่ยวม้าเลย ปลื้มปริ่มแน่นอน

ว่ากันว่าสูตรของบางร้านมีส่วนผสมของน้ำเต้าหู้ ทำให้โจ๊กมีรสสัมผัสนุ่มนวลเกินห้ามใจ

นอกจากนี้ยังมีเมนูเครื่องเคียงอื่น ๆ เช่น ตับชิ้นโตลวกสุกพอดี หรือคะน้าฮ่องกงเขียวอวบลวกราดน้ำมันหอย ที่ควรสั่งมากินคู่กันให้สมกับที่มาเหยียบเกาะฮ่องกง 

พิกัดแนะนำ:
ร้าน Nathan Congee and Noodle (彌敦粥麵家) ตรงข้ามทางเข้าโรงแรม Novotel Nathan จะมีป้าย "ไม่ลองไม่รู้" 
ภาษาไทยแปะอยู่ อาเจ็กคนขายพูดไทยได้คล่องแคล่วเพราะมีนักท่องเที่ยวไทยแวะเวียนไปกินตลอดทั้งปี 

ช่วงเช้าร้านเปิดตั้งแต่ 07.30 น. ถ้าไปสายอาจไม่ทันโควต้าปาท่องโก๋ ส่วนกลางคืนร้านปิดประมาณ 22.00 น. เหมาะสุด ๆ สำหรับมื้อค่ำหลังลุยช้อปมาทั้งวัน

ความเสียหาย: ราคาประมาณชามละ HKD 28-40 แต่ได้ชามใหญ่ไซส์ผู้ใหญ่กำลังอิ่ม อาจมีความเสียหายจากจานเคียงตามความตะกละ

โพยอิ่มพุง:
 ปาท่องโก๋ = เหย่าจ๊าไกว๋ (油炸粿), โจ๊กไข่เยี่ยวม้า = เผ่ย์ตั๋นจ๊ก (皮蛋粥), โจ๊กเนื้อ = เหง่าหยกจ๊ก (牛肉粥), โจ๊กหมู = จวีหยกจ๊ก (豬肉粥), โจ๊กไก่ = ไก๊หยกจ๊ก (雞肉粥), ตับหมู = 
จวีหยน (豬膶), คะน้าน้ำมันหอย = โห่วเหยาไกหลัน (蠔油芥藍), ซีอิ๊ว = เส่ย์เหย่า (醬油)


3. บะหมี่เกี๊ยว | 餛飩麵

สายกินเส้น โปรดเตรียมพื้นที่และน้ำหนักกระเป๋าขากลับแล้วกำเงินไปซื้อบะหมี่สดในตลาด
ขนกลับมาไทยด้วย แล้วจะพบว่าสวรรค์สร้างได้ในครัวบ้านตัวเอง

อีกเมนูที่ห้ามพลาดจริง ๆ คือบะหมี่เกี๊ยว ซึ่งสิ่งที่ทำให้บะหมี่ฮ่องกงพิเศษกว่าที่อื่นคือเส้นเหนียวนุ่มกำลังดี เกี๊ยวไส้หมูกับกุ้งตัวอ้วน และซุปใสรสละมุนที่ช่วยเคลียร์คอให้โล่งสบาย ส่วนใครที่ชอบรสจัดทางร้านจะมีซอสพริกศรีราชาเตรียมไว้ให้ เหยาะแล้ว "โหวเส็ก (อร่อย) สุด ๆ


พิกัดแนะนำ: ร้าน Mak Man Kee Noodle Shop (麥文記麵家) ข้างร้านนมตุ๋นชื่อดังอย่าง Australia Dairy Co. คนขายพูดไทยได้เล็กน้อย ถ้าไปช่วงมื้ออาหารอาจต้องต่อคิว และด้วยความที่ต้องจัดระเบียบลูกค้า พนักงานก็จะแอบดุหน่อย ๆ ถ้าไป 4-5 คนอาจโดนจับแยกโต๊ะ และห้ามนำอาหารร้านอื่นเข้าไปกินเป็นอันขาดจ้ะ


อนึ่ง จริง ๆ แล้วร้านโจ๊กกับร้านบะหมี่ในฮ่องกงมักจะขายควบสองเมนูในร้านเดียว แต่เราขอยกมาสองเจ้าที่เราคิดว่าเด่นในแต่ละจาน แต่ถ้าเพื่อน ๆ สั่งบะหมี่ด้วยโจ๊กด้วยในทุกร้าน ความสุขและพุงของ
เราก็จะโตคูณสองนะ

ความเสียหาย: เหมือนโจ๊กคือประมาณชามละ 28-40 HKD ขึ้นอยู่กับความหนักเครื่องเคียง 

โพยอิ่มพุง: บะหมี่เกี๊ยวกุ้ง = หวั่นทั้นหมิ่น (餛飩
麵), ผักคะน้า = ไกหลัน (芥藍)

4. อาหารย่าง | 燒味
ฮ่องกงคือแดนสวรรค์แห่งอาหารย่างทั้งมวล ไม่ว่าจะเป็นหมูแดง ห่านย่าง หรือเป็ดย่างที่เราว่ายากจะหาที่ไหนเลียนแบบรสชาติได้ เพราะอร่อยไปหมดตั้งแต่เนื้อ ซอสที่ใช้ย่าง และซอสที่ใช้จิ้ม ชาวฮ่องกงเองก็ชอบมาซื้อเมนูเหล่านี้ที่ร้านเหมือนกัน เพราะการทำอาหารประเภทนี้ต้องใช้อุปกรณ์หลายอย่าง แถมกรรมวิธียังแสนซับซ้อน คนทั่วไปจึงนิยมซื้อเนื้อกลับไปกินกับข้าวสวยร้อน ๆ ที่บ้านมากกว่า หรือจะสั่งเป็นอาหารจานเดียวก็ได้ ร้านแนวนี้ยังมักจะมีเมนูหมูกรอบสามชั้นกับไก่แช่ซีอิ๊วด้วย กินโปรตีนให้ตัวโตกันไปเลยยย


พิกัดแนะนำ: ไม่ใช่แค่เราที่บ้าคลั่งหมูแดง หมูกรอบ และห่านย่างสไตล์ฮ่องกง เพราะชาวฝรั่งมังค่าต่างก็ชื่นชอบเมนูเหล่านี้ไม่แพ้กัน ดูได้จากบรรดาร้านในฮ่องกงระดับ 1 ดาวมิชลินและบิบกูร์มองต์ (ร้านอร่อยริมทาง) ที่เป็นร้านห่านย่างหมูแดงซะหลายแห่ง เอาเป็นว่าเปิดโพยมิชลินไกด์ฮ่องกงแล้วไปตามเก็บได้เลย เอ้า ลุย!

ที่มา: https://bit.ly/2Nkvr58

ความเสียหาย: ร้านทั่วไปจะอยู่ที่ 80-100 HKD ต่อจาน แต่ถ้าไปภัตตาคารดี ๆ อาจทะลุไปถึง 200-300 HKD ได้ จานคอมโบ เช่น หมูแดง+หมูกรอบ+เป็ดย่าง อาจราคาพุ่งขึ้นไปอีก

โพยอิ่มพุง: หมูแดง = ชาซิ้ว (叉燒), หมูกรอบ = ซิ้วหยก (燒肉), เป็ดย่าง = ซิ้วอับ, (燒鴨) ห่านย่าง = ซิ้วหงอ (燒鵝)

5. ข้าวอบหม้อดิน | 煲仔飯 กับ ซุปกระดูกหมูรากบัว | 蓮藕排骨湯
ถ้ามีโอกาสได้ไปฮ่องกงตอนหน้าหนาว บอกเลยว่าสองจานนี้แหละคือเมนูสุดฮิตของชาวจีนที่สร้างความอบอุ่นได้ดีที่สุด แต่จะไปกินฤดูไหนก็อร่อยเหมือนกันนะ


ที่มา: http://hkppltravel.com/?p=12031

จานแรกคือข้าวอบร้อน ๆ ในหม้อดินที่อัดแน่นไปด้วยของดีตามสูตรของแต่ละร้าน เช่น ไก่ หมูสามชั้น กุนเชียง ไส้กรอกแบบฮ่องกง เห็ดหอม เม็ดมะม่วงหิมพานต์ เกาลัด โป๊ยกั๊ก ผักต่าง ๆ ฯลฯ ผสมผสานกันเป็นรสชาติกลมกล่อม แถมหม้อดินยังช่วยเพิ่มกลิ่นหอมกรุ่นและรักษาอุณหภูมิให้ร้อนตลอดมื้อด้วย



ตักจากหม้อดินมาวางในจานแล้วยังกรุ่น ๆ อุ่นหัวใจ

สิ่งที่กินคู่กันคือ ซุปกระดูกหมูรากบัว ไอเทมลับที่รู้กันในหมู่ม๊า ๆ ชาวไทยเชื้อสายจีนว่า มีสรรพคุณช่วยบำรุงกำลัง บำรุงผิว และขับพลังร้อนที่ไม่ดีออกจากร่างกาย ซึ่งเราบอกเลยว่า ไม่มีอะไรชุบชูจิตใจและร่างกายหลังเดินเที่ยวขาลากมาทั้งวันได้ดีไปกว่าการได้สูดกลิ่นหอม ๆ ซดซุปรากบัวอุณหภูมิพอเหมาะให้รสกลมกล่อมกระจายไปทั่วลิ้นอีกแล้ว



อย่ามัวแต่ซดซุปเพลินจนลืมกินรากบัวกับเครื่องต่าง ๆ ล่ะ ของดีทั้งนั้น!

พิกัดแนะนำ: ร้านข้าวอบหม้อดินที่มีชื่อของฮ่องกงมีหลายเจ้า (อีกแล้ว) แต่มีอยู่ร้านนึงที่เป็นท็อปลิสต์ของนักชิมหลายคน นั่นคือ ควั้นเก๋ย์ (Kwan Kee Clay Pot Rice) ที่ปกติก็เป็นร้านมีชื่ออยู่แล้ว แถมยังเพิ่งได้บิบกูร์มองต์จากมิชลินไกด์ไปสด ๆ ในปี 2018 นี้อีก แต่ถ้าไม่ซีเรียส ก็ยังมีเจ้าเก่าแก่ให้ตามไปลองอีกเพียบ เวลาจัดอันดับก็จะวน ๆ อยู่ 7-8 ร้านนี่แหละ ส่วนซุปกระดูกหมูรากบัวพบได้ตามภัตตาคารทั่วไปเลยจ้ะ

ความเสียหาย: แล้วแต่ความอลังการของเครื่อง แต่ร้านทั่วไปสตาร์ตที่ราว 55-80 HKD 

โพยอิ่มพุง:  ข้าวอบหม้อดิน = โป๊วไจ๋ฝ่าน (煲仔飯), ซุปกระดูกหมูรากบัว = หลิ่นเหงาผ่ายกวั๊ดท้ง (蓮藕排骨湯) 

ของแถม: Hong Kong Street Food 

นมตุ๋น (ต๋านปักตั่นซิ้นไหล) | 蛋白燉鮮奶


ที่มา: https://www.tripadvisor.com/Restaurant_Review-g294217-d776832-Reviews-Australia_Dairy_Company-Hong_Kong.html

นมตุ๋นหรือที่บางคนเรียกว่าพุดดิ้งนม โดดเด่นตรงกลิ่นหอมหวนและรสนัวขั้นสุดแต่ไม่หวานจนเกินไป มีทั้งแบบตุ๋นสดดื่มกันร้อน ๆ กับแบบบรรจุขวดแช่เย็น โดยร้านนมตุ๋นที่มีชื่อนั้นมีอยู่หลายเจ้าให้เลือกชิม แถมยังหาซื้อนมขวดแช่เย็นของบางร้านได้ในร้านสะดวกซื้อด้วยนะ 



พิกัดแนะนำ: ในส่วนนี้เราคงแนะนำร้านอื่นใดไปไม่ได้ นอกจาก Australia Dairy Co. (47-49 Parkes Street, Jordan) 
สุดป๊อป การันตีคุณภาพด้วยคิวยาวเหยียดตลอดวันตลอดคืน เปิดทำการทุกวันตั้งแต่ 07.30-23.00 น. 

ที่มา: https://www.tripadvisor.com/Restaurant_Review-g294217-d776832-Reviews-Australia_Dairy_Company-Hong_Kong.html

ที่นี่ไม่ได้ดังแค่นมตุ๋นเท่านั้น แต่ยังมีเมนูอาหารเช้าสไตล์ฮ่องกงที่ประกอบด้วยขนมปังปิ้ง ไข่ดาวหรือไข่คน มักกะโรนีแฮมในซุปไก่ ตบด้วยกาแฟหรือชานม โดยชุดอาหารเช้าจะเริ่มขายตั้งแต่เปิดร้านไปจนถึงเที่ยง แนะนำว่าให้มาช่วงก่อน 08.00 น. แถวน่าจะสั้นสุดละ 

ความเสียหาย: เครื่องดื่มเมนูละ 20-30 HKD ขึ้นไป เซ็ตอาหารเช้าอยู่ที่ประมาณ 40 HKD

น้ำมะม่วงปั่น (ม้องกั๋วจั๊บ) | 芒果汁

เรายังงงอยู่ว่า มะม่วงกลายมาเป็นไอเทมสุตฮิตของหมู่มวลชาวจีนทั้งแผ่นดินใหญ่และฮ่องกงไปตอนไหน ถึงได้เห็นแฟรนไชส์ร้านที่ใช้มะม่วงเป็นวัตถุดิบหลักผุดเอา ๆ ในฐานะที่มาจากดินแดนส่งออกมะม่วง เราเลยขอสำรวจหน่อยซิ


พิกัดแนะนำ: เรามาร้านป้ายสีแดงที่ดูจะเป็น expert ด้านมะม่วงโดยเฉพาะอย่าง HUI LAU SHAN (โหยเหล่าซาน) ที่สาขาเยอะสุด ๆ เมนูก็มีทั้งน้ำมะม่วงรูปแบบต่าง ๆ เพิ่มออปชั่นได้ทั้งชิ้นมะม่วงสด วุ้นมะม่วง วุ้นว่านหางจระเข้ สาคู น้ำมะพร้าว ฯลฯ หรือจะเลือกเป็นน้ำแตงโมกับน้ำส้มโอก็ได้ นอกจากนี้ยังมีขนมหวานทำจากมะม่วงต่าง ๆ ทั้งพุดดิ้ง บัวลอย วุ้น ไอศครีม และโมจิ ให้สายมะม่วงได้ฟินกันไป

ความเสียหาย: เครื่องดื่มประมาณ 35-45 HKD ส่วนขนมประมาณ 75 HKD ขึ้นไป


ที่มา: https://www.tripadvisor.com/Restaurant_Review-g294217-d1196158-Reviews-Hui_Lau_Shan-Hong_Kong.html

จริง ๆ แล้ว เรื่องของกินในฮ่องกงคงเขียนไม่มีวันจบ เพราะอะไรก็อร่อยไปหมด ถึงแม้การกินในแต่ละมื้อจะมีบรรยากาศคึกคักวุ่นวาย แต่เราก็รู้สึกสนุกทุกครั้งและอาหารก็อร่อยไปซะทุกมื้อ เกาะเล็ก ๆ อย่างฮ่องกงจึงครองใจสายกินทั้งหลายมาได้ยาวนาน ชนิดที่ว่ายังไม่ทันลงจากเครื่องบินขากลับก็อยากกลับไปกินเกี๊ยวกุ้งแล้ว!

Powered by MakeWebEasy.com