เที่ยวจีน101: ฮ่องกง | 香港 | Hong Kong

Last updated: Aug 3, 2018  |  2260 จำนวนผู้เข้าชม  |  Blog

Special thanks to our co-explorer, K.Pin Pinpetch Limsai

วันนี้ต้าหัวขอควงแขนคุณปิ่น (ปิ่นเพชร ลิ้มซ้าย) แขกรับเชิญคนสวย ไปลุยสำรวจย่านต่าง ๆ ในฮ่องกงกันตั้งแต่เช้ายันค่ำ ไปดูกันค่ะว่าวันขาขวิดของพวกเราได้อะไรมาฝากทุกคนกันบ้าง!

08.30 น. ตลาดเช้าเนลสันสตรีท | Nelson Street Morning Market 奶路臣街早市

เพราะตั้งใจไว้ว่าจะเริ่มต้นวันกันแบบสตรีท ๆ เราสองคนเลยสลัดความงัวเงีย ไปถึงเนลสันสตรีทจนได้ ตลาดเช้าแห่งนี้ (ซึ่งจริง ๆ ไม่ได้มีแค่ตอนเช้า เพราะจนถึงช่วงสายตลาดก็ยังไม่วายเลยจ้ะ) เป็นที่ที่พวกเราอยากแนะนำให้ทั้งสายแม่บ้าน สายตื่นเช้า และสายฮิปโลคอล แวะไปเดินเล่นกันให้ได้


เพราะนอกจากจะได้ชมบรรยากาศท้องถิ่นสุดขีดและวิถีชีวิตของชาวฮ่องกงแล้ว ยังได้ตื่นตาตื่นใจกับกองผักเขียวสด สตรอเบอร์รีลูกเบ้ง เชอร์รี่ขาว ถังหมักกิมจิ รวมไปถึงซีฟู้ดสด ๆ รูปร่างแปลกตา จนต้องลงเอยด้วยการได้อะไรติดมือมาบ้าง
ถ้าใครไม่อินกับการจ่ายตลาดแต่หัววัน แค่ไปซึมซับบรรยากาศ หามุมถ่ายรูปไปพลางก็สนุกแล้วว


 
ประทับใจกับการมีหอยงวงช้างวางขายให้ซื้อไปทำกินที่บ้าน


หลังจากพยายามตั้งสติว่าจะซื้ออะไรดีเพราะทุกอย่างช่างดูน่ากินไปหมด 
พวกเราก็ได้ลูกฟิก (มะเดื่อฝรั่ง) มาชิมแต่เช้า


คำเตือน: ขณะที่เด็ก ๆ กำลังชิมเชอร์รีสวย ๆ อยู่หน้าแผงผลไม้ ตัดฉากไปอีกร้าน พวกแม่ ๆ อาจกำลังขะมักเขม้นผูกลังอะไรสักอย่าง ซูมเข้าไปอาจพบผลิตผลทางการเกษตร หรือบะหมี่ไข่สำหรับแจกจ่ายแก๊งเพื่อนฝูง ซึ่งทริปนี้แม่ๆเราก็ไม่พลาด ฟาดไปหลักหลายสิบก้อนจากร้าน SUN LEC NOODLE FACTORY (新力麵廠) ถ้าทริปของเพื่อน ๆ ส่อเค้าว่าจะมาทรงเดียวกัน แนะนำให้ลากกระเป๋าเดินทางแบบมีล้อไปจ่ายตลาดด้วยซะเลยจะสะดวกขึ้นมาก ๆ จ้ะ


ร้านขายบะหมี่สด มีเส้นหลากหลายชนิด แพ็คใส่ลังโหลดกลับมาฟินต่อที่ไทยได้
แนะนำให้ใช้ภายใน 8-10 วันหลังซื้อนะจ๊ะ

เดินอีกนิดมาเจอเกี๊ยวกุ้งสด ซื้อกลับไปลวกกินคู่กับบะหมี่ได้
แต่เก็บได้แค่ 2 วันเท่านั้นนะ


เดินโผล่มาเจอไก่ต้มซีอิ๊วอีก วั
นก่อนเพิ่งไปกินในร้าน อร่อยเป็นลมไปแล้วรอบนึง 
ที่นี่ขายตัวละ 160 HKD ครึ่งตัว 80 HKD

พิกัด: ออกจากสถานี MTR Mong Kok ทางออก C4 แล้วเดินมาตามถนน Argyle Street หา Canton Road ให้เจอ ตลาดจะอยู่บริเวณที่ Canton Road ตัดกับ Nelson Street

เวลาทำการ: เช้าตรู่ถึงสาย ๆ 

Tahua Tips: 
- สตรอเบอร์รีที่นี่จะมีทั้งที่นำเข้าจากตะวันตก เช่น ออสเตรเลีย กับที่มาจากจีนแผ่นดินใหญ่ที่ราคาจะต่ำกว่ากันเกือบครึ่ง เลือกชิมเลือกช้อปได้ตามสะดวก
- พกน้ำดื่มใส่ขวดไปสักนิด เพราะผลไม้แปลกหน้านานาชนิดช่างแสนเย้ายวนให้หยิบเข้าปาก เอาน้ำไปจะได้ล้างกินได้ทันที! 


11.00 น. ถนนแคทสตรีทกับย่านโปโห | 
Cat Street & PoHo | 摩羅上街 & 普慶坊

หลังช่วยผูกลังและนัดแนะกับพวกแม่ ๆ ลงตัวแล้ว เราสองคนก็แวบมาตะลุย เขตเซิงหว่าน | Sheung Wan | 上環 ย่านคูลฮิปในฝั่งฮ่องกง โดยเริ่มจากถนน Cat Street เพราะดูจะตอบโจทย์ที่สุดสำหรับคนเก๋ ๆ อย่างชาวเรา (หราา)


ถนนนี้เป็นดงร้านขายของวินเทจสไตล์จีน มีเรื่องเล่าว่า ในอดีตที่นี่เป็นแหล่งซ่องสุมและที่ปล่อยของโจร ซึ่งในภาษากวางตุ้งจะเรียกสินค้าเถื่อนที่ถูกขโมยมาขายต่อว่า "สินค้าหนู" ส่วนคนซื้อก็มีโค้ดเนมว่า "แมว" ถนนสายนี้จึงได้ชื่อว่าถนนแมว หรือ Cat Street ไปโดยปริยาย แต่ปัจจุบันไม่เป็นแบบนั้นแล้ว


ของที่ขายมีทั้งโมเดลต่าง ๆ ถ้วยชามเซรามิค เครื่องราง แว่นตา ของเล่น รูปภาพ ของที่ระลึกประธานเหมา และของตกแต่งบ้านมีสไตล์ทั้งหลาย สามารถต่อรองราคากับคนขายได้ อาศัยภาษามือผสมเครื่องคิดเลขเอา แต่ถ้าแนมศัพท์กวางตุ้งไปหน่อย อาจได้ใจพ่อค้าแม่ค้าต่อราคาง่ายขึ้นอีกนิด

คุณปิ่นกับแว่นโอรสสวรรค์ของเธอ

ความสนุกอยู่ตรงที่ต้องตาดีถึงจะได้ของดี ที่สำคัญคือมีของฮา ๆ แอบแฝงอยู่ตามแผงเยอะมาก! ใครสนใจ เข้าไปหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ cat-street.hk

ปลื้มปริ่มจากการช้อปได้ถ้วยชาแสนน่ารักและสำรับไพ่ลายติดเรต (?!) แล้ว ก็ออกเดินต่อเพื่อไปย่าน PoHo ระหว่างทางผ่าน วัดหม่านโหมว | Man Mo Temple | 文武廟 จริง ๆ วันก่อนพวกเราตระเวนไหว้ขอคู่ทั่วเกาะไปแล้ว แต่พอเจอวัดแห่งใหม่ก็ไม่รอช้า พุ่งตัวเข้าไปด้วยพลังศรัทธาทันทีโดยไม่ได้ศึกษาก่อนว่า วัดนี้เค้าไปขอเรื่องปัญญากับการงานกัน โอ๊ย! 

วัดหม่านโหมว ไม่ใหญ่แต่ทรงพลัง

อิ่มอกอิ่มใจจากการขอคู่แบบไม่ดูตาม้าตาเรือแล้ว พวกเราก็เดินมาถึง ย่าน PoHo ที่มาจากชื่อเต็ม Po Hing Fong แหล่งรวมร้านดีไซน์เก๋ คาเฟ่ สตูดิโอ และแกลเลอรีต่าง ๆ โดยโซนนี้จะมีลักษณะเป็นเนินเขา เราเลยต้องขึ้นลงบันไดสลับเดินทางลาดเป็นพัก ๆ ถือซะว่าบริหารร่างกายเตรียมรับชากาแฟในคาเฟ่แห่งถัดไป!

Lof10 คาเฟ่เก๋ที่มีสโลปหน้าร้านเป็นกิมมิค

ร้านรวงทั้งหลายจะอยู่ไม่กระจุกตัวกันมาก เปิดโอกาสให้พวกเราเดินทอดน่องลัดเลาะไปตามตรอกซอกซอย

ร้านขายงานศิลปะ มีทั้งผลงานธรรมดาและที่ไม่ค่อยธรรมดา


บ่ายวันอาทิตย์ พินิจงานศิลป์

ก่อนจะมา PoHo เราได้ทำการรีเสิร์ชร้านเด็ดมาแล้ว เราเลยมุ่งตรงไปที่ร้าน Po’s Atelier บูทีคเบเกอรีชื่อดัง ที่ได้ปรมาจารย์นักอบขนมชาวญี่ปุ่นอย่าง Masami Asano มาร่วมสร้างสรรค์สูตรให้ โดยขนมปังของที่นี่จะผสมผสานกลิ่นอายความเป็นฝรั่งเศสและญี่ปุ่นเข้าด้วยกัน ความพิเศษอยู่ที่ทุกอย่างในร้านปลอดสารกันบูดและสารเคมีทุกชนิด สายก้อนแป้งอย่างเราจึงไม่รอช้า สั่งมาชิมโดยไว!



นึกว่างานอาร์ตจากร้านขายของเก่าร้านที่แล้ว ความจริงคือขนมปังแฮมยูนนาน!

แวะมาส่อง Café Culture สุดชิลของชาวเขต Sheung Wan
ที่ The Cupping Room Roastery สาขานี้
มีโซนคั่วกาแฟด้วยนะ


ร้าน Teakha อันโด่งดัง จำหน่ายใบชาชั้นดีที่ซอร์สจากแปลงปลูกทั่วเอเชีย 
ชาร้อน ๆ เสิร์ฟพร้อมเค้กตั้งใจทำ คนล้นหลามตลอด


อิ่มยิ้มจากก้อนแป้งกับชากาแฟอุ่น ๆ แล้ว ก็เดินสำรวจต่อ เจอร้านแนวซีเล็กต์ช็อปเยอะเลย



Asterisk จำหน่าย Sportwears ที่เป็นลิมิเต็ดอิดิชั่น เข้าไปดูราคาให้ใจสั่นเล่นๆ 


kvadrat แบรนด์ผ้าเก่าแก่ชื่อดังจากเดนมาร์ก มีโชว์รูมแถวนี้ด้วยนะ


Tung Yao Ceramics Design Studio สตูดิโอสอนปั้นเซรามิค
คอร์สนึงประมาณชั่วโมงละ 1,500 บาท
ถ้าซื้อแยกทีละครั้ง ชั่วโมงละเกือบ 3,000 บาทแน่ะ (รวมอุปกรณ์)


ร้าน YUAN YUAN TANG ที่ไม่ได้ขายแค่ใบชาชั้นดี
แต่ยังจัดเวิร์กช็อปเกี่ยวกับวัฒนธรรมการดื่มชาด้วย

เดินเพลิน ๆ ยังไม่ทันหายอิ่ม ก็โผล่มาเจอ PMQ (Police Married Quarters) | 元創方 ซึ่งในอดีตเป็นอาคารหอพักสำหรับตำรวจชั้นผู้น้อยและครอบครัว แต่ปัจจุบันถูกปรับโฉมใหม่จนใสกิ๊ง โดย PMQ เปิดตัวในฐานะฮับของวงการสร้างสรรค์และออกแบบในฮ่องกง ภายในอาคารเป็นที่ตั้งของสตูดิโอต่าง ๆ เรียกว่าเป็นที่ปล่อยของของดีไซเนอร์ท้องถิ่น แถมยังมีพื้นที่สำหรับจัดงานอีเวนต์และงานแสดงศิลปะด้วย

วันที่เราสองคนไปแอ่ว PMQ แบรนด์ระดับโลกอย่าง Chanel ก็กำลังมีนิทรรศการชื่อ Mademoiselle Privé อยู่พอดี จากที่คึกคักอยู่แล้ว บริเวณนั้นเลยยิ่งคลาคล่ำไปด้วยบรรดาสาวก Chanel ที่ตั้งใจมาชมงานกัน สาวกชาวไทยอย่างเราเลยไม่รอช้า จัดแจงลงทะเบียนและเข้าไปสำรวจทุกรูขุมขนเป็นที่เรียบร้อย

ตอนเข้างาน ทุกคนจะได้รับดอกไม้กระดาษคนละ 1 ดอก
มีให้เลือกสามสี แต่ละสีสื่อถึง conceptual themer ทั้ง 3 ของงาน ทุกคนจะเอามาแปะรวมกันที่นี่

ยก Perfume Lab ของน้ำหอมในตำนานอย่าง CHANEL N°5 มาให้ดูกันจะจะ 


ผู้ร่วมงานนั่งชมสารคดีเกี่ยวกับ Coco Chanel

จะให้บรรยายทุกอย่างอาจจะยาวจนเกินไป เอาเป็นว่าอลังการดาวล้านดวงสมศักดิ์ศรี Chanel ดูฟรีไม่พอ ได้กระเป๋า Chanel กลับมาอีกคนละใบอีก (ความจริงคือถุงผ้ารักษ์โลกสกรีนโลโก้ Chanel... เดี๋ยวจะเอาไปใส่ของช้อปจากหม่งกก...)


เต็มไปด้วยร้านอาร์ต ๆ คูล ๆ ช้อปของจากที่นี่ รับรองว่าไม่มีใครซ้ำ

พิกัด: ถนน Cat Street, วัดหม่านโหมว, ย่าน PoHo และ PMQ ล้วนอยู่ในละแวกเดียวกัน แต่อยู่ฝั่งฮ่องกง ถ้าตั้งใจมาเก็บรวดเดียวเหมือนเรา นั่ง MTR มาลงที่สถานี Sheung Wan ทางออก A2 โลด จากนั้นจะตั้งต้นจากตรงไหนก่อนก็ได้
- ถึงจะเรียกว่า Cat Street กันจนติดปาก แต่ถนนสายนี้จริง ๆ มีชื่อว่า Upper Lascar Row เวลาเสิร์ชในกูเกิลแมปใช้ชื่อนี้นะ
- จาก Cat Street เดินมา
ย่าน PoHo ใช้เวลาประมาณ 5-10 นาที ส่วน PMQ ต้องเดินประมาณ 10-15 นาที 

เวลาทำการ: เดินได้เรื่อย ๆ ตั้งแต่ช่วงสาย สัก 10.00-11.00 โมงเป็นต้นไป ส่วนช่วงหัวค่ำคาเฟ่ส่วนใหญ่จะปิดราว 1-2 ทุ่ม

17.00 น. ย่านหม่งกก | Mongkok | 旺角 

คงไม่ต้องแนะนำอะไรมากสำหรับย่านสุดฮิตที่มีชื่อเสียงในหมู่นักท่องเที่ยวและขาช้อปชาวไทยมายาวนาน เพราะตลาดนัดชื่อดังของฮ่องกงล้วนกระจุกตัวกันในย่านนี้ ยังไม่นับห้างสรรพสินค้า ร้านอาหาร และโรงแรมอีกมากมายที่ทำให้หม่งกกเป็นที่นิยมสุด ๆ 



บริเวณนี้เป็นย่านการค้าที่เชื่อมกันด้วยถนนหลักอย่าง นาธานโร้ด | Nathan Road | 彌敦道 สองฝั่งถนนมีตรอกซอกซอยที่เต็มไปด้วยร้านเสื้อผ้า รองเท้าทั้งแบรนด์ฮ่องกงและสากล เครื่องสำอาง ยาและอาหารเสริม อุปกรณ์อิเล็กทรอนิคส์ รวมถึงสตรีทฟู้ดนานาชนิด ไม่อยากจะเม้าว่าเราสองคนมาฮ่องกง 4 วัน จูงมือกันกลับมาช้อปที่หม่งกกทั้ง 4 วันเลย ไม่รู้ติดใจอะไรหนักหนา แต่มาแล้วก็ได้อะไรกลับไปทุกที โอ๊ย!

วาฟเฟิลรังผึ้ง ของดีฮ่องกง

สาวกรองเท้าสนีกเกอร์ ให้ตรงไปเช็คอินที่ ถนนฟาอวิ่นไก๊ | Fa Yuen Street | 花園街 แหล่งรวมสนีกเกอร์สารพัดแบรนด์ โดยร้านค้าบนถนนเส้นนี้จะมีทั้งสาขาของแบรนด์ต่าง ๆ และร้านรีเทลที่รวมหลายแบรนด์ไว้ในร้านเดียว ราคา รุ่น และสี อาจต่างจากช็อปเมืองไทยบ้าง แต่โดยรวมแล้วรับประกันว่าราคาดีกว่า ถึงจะไม่ถูกกว่าแบบถล่มทลาย แต่เก็บเอาส่วนต่างไปช้อปอย่างอื่นได้อีกนะ

ยิ่งไปกว่านั้น ในถนนฟาอวิ่นไก๊ยังมีร้านขายรองเท้าเฉพาะรุ่นลิมิเต็ดอิดิชั่นของแบรนด์ต่าง ๆ ให้สายสนีกเกอร์ได้มาสัมผัสและเลือกจับจ่ายกลับไปไว้ในคอลเล็คชั่น


โซนนี้ยังเป็นสวรรค์ของสาว ๆ ผู้รักความงาม เพราะมีร้านขายยาและเครื่องสำอางสารพัดให้เลือกช้อปจนตาลาย ไม่ว่าจะเป็น Sasa  Mannings  Bonjour ร้านแบรนด์ท้องถิ่น ฯลฯ แถมผลิตภัณฑ์แต่ละร้านก็ไม่ค่อยซ้ำกันด้วย ขนาดร้านที่เป็นแบรนด์เดียวกันแต่ต่างสาขา ของยังไม่เหมือนกันเลย เอาเป็นว่าถ้าเจอไอเทมเด็ดเข้า บอกเลยค่ะว่าอย่าชะล่าใจ ถ้ารอไปซื้อร้านถัดไป อาจจะวืดได้


พิกัด: ฝั่งเกาลูน ลง MTR สถานี Mong Kok แล้วเดินเลาะไปเรื่อย ๆ ถ้ามุ่งไปซื้อรองเท้า ทางออก B3 จะใกล้ที่สุด

เวลาทำการ: ความที่เป็นเมืองนอนดึกตื่นสาย ร้านค้าต่าง ๆ จึงมักเปิดทำการช่วง 10.00-11.00 น. ยืดยาวไปจนถึงสี่ห้าทุ่ม 

Tahua Tips: จัดสรรโควต้าน้ำหนักกระเป๋าขากลับให้ดี เพราะ 90% ของหญิงไทยมักถล่มซื้อเครื่องสำอางและสกินแคร์เหมือนจะกลับไปเปิดร้าน ไม่เชื่อต้องลองมาตำ!

20.30 น. ย่านโซโห | 蘇豪 | SoHo

สุดท้ายเราขอพามาปิดจ๊อบที่ย่านกินดื่มและแหล่งบันเทิงยามค่ำคืนอย่างโซโห ในเขตเซ็นทรัล ฝั่งฮ่องกง ที่ได้ชื่อมาจากตัวย่อของพิกัด South of Hollywood Road ในเวลากลางวัน ที่นี่คือย่านตรอกซอกซอยที่เต็มไปด้วยคาเฟ่ แกลเลอรี และร้านขายของวินเทจ แต่พอตกค่ำ ผู้คนจะออกมานั่งตามผับบาร์เก๋ ๆ หลังเลิกงาน โดยเฉพาะบรรดา expats ที่ดูจะชุมนุมกันเยอะเป็นพิเศษ


ไฮไลต์เด่นของละแวกนี้ยังมี บันไดเลื่อน Central-Mid-Levels escalator ความยาว 800 เมตร ที่สร้างขึ้นในปี 1993 เพื่อเชื่อมเขต Central กับ Mid-Levels เข้าด้วยกัน และอำนวยความสะดวกให้ผู้ที่สัญจรไปมา ใครที่ตั้งใจจะไปใช้บริการ โปรดกะเวลาให้ดี เพราะช่วงเช้า 06.00-10.00 น. บันไดจะเลื่อนลง หลังจากนั้นถึงเที่ยงคืนจะเลื่อนขึ้น ถ้าจะสวนทางต้องเดินลูกเดียว ซึ่งการเดินทางไปโซโห ต้องใช้บันไดเลื่อนขาขึ้น ดังนั้นไปหลัง 10 โมงเช้าจะดีที่สุด 


พิกัด: ย่านโซโหอยู่ฝั่งฮ่องกง ไปลง MTR สถานี Central ทางออก D2 แล้วเดินไปตามถนน Queen's Road Central จนเจอบันไดเลื่อน Central-Mid-Levels ให้ขึ้นบันไดเลื่อนไปลงที่ Staunton หรือ Shelley หรือ Elgin Street ใช้เวลาประมาณ 15 นาที

เวลาทำการ:
 ร้านส่วนใหญ่เปิดประมาณ 12.00-02.00 น. แต่ช่วงเย็นย่ำไปถึงกลางคืนจะครึกครื้นกว่า


จบไปแล้วกับหนึ่งวันผจญภัยในฮ่องกงของพวกเรา ถ้าจะให้เล่าถึงสิ่งที่ชอบคงไม่จบง่าย ๆ แต่ที่ประทับใจเป็นพิเศษก็คือ แม้จะไซส์มินิแต่ฮ่องกงกลับมีอะไรให้ดูให้ทำมากมายไม่มีเบื่อ แถมด้วยขนส่งสาธารณะที่สะดวกสบาย ที่สำคัญคืออาหารอร่อยสุดในสามโลก (ดังที่สาธยายไปในเอนทรีนี้) ทำให้ยิ่งชอบฮ่องกงหนักกว่าเดิมอีก!

Powered by MakeWebEasy.com